RSS

Monthly Archives: ธันวาคม 2008

ฟังเพลง : Rose อัลบัม Rose Line

img_0001 โรส ศิรินทิพย์ นักร้องหญิงเสียงดีอีกคนที่ทำเพลงออกมาได้ฟังแบบอิ่มใจทั้ง สุข เศร้า เหงา ได้บาดอารมณ์ความรู้สึกของคนฟังเพลงแนวนี้ได้ดีทีเดียว ผมชอบเพลง ฉันเลือกเธอ เป็นพิเศษ เพราะเนื่อหาทำนอง และจังหวะการขับเสียงออกจาก กล่อง ทำได้ดี โดยปกติเป้นคนชอบฟังเสียงผู้หญิงร้องเพลงอยู่แล้ว เป็นอัลบัม ที่น่าฟัง สนับสนุนให้ซื้อแผ่น และ Rip ผ่าน iTunes เพื่อคุณภาพเสียงและการสนับสนุนศิลปินที่ท่านชื่นชอบ

Ps ; โหลด Bit ได้แต่ชอบแล้วต้องซื้อนะครับ เสียงของ CD ฟังแล้วรู้สึกดีกว่ามาก

ชนิด : Thai
ประเภท : Pop rock
นักร้อง : โรส ศิรินทิพย์ – Rose
อัลบัม : Rose Line
วันเดือนปีที่ออก : 13 มี.ค. 2550
ค่ายเพลง : GMM Grammy

เพิ่มเติม :

รายชื่อเพลง :
เกิดมาแค่รักกัน
นอนกับความเหงา
ฉันเลือกเธอ
Perhaps Love
ดอกไม้ในมือ
เพื่อนธรรมดา
รักแล้วเลือกไม่ได้
เศษผง
ยกโทษตัวเอง
พอใจ
ฤดูหนาวไม่เคยยาวนาน
เรื่องที่ไม่จบ
รอไหว

Advertisements
 

ดูหนัง : The Childen of Men

มีภาระกิจใหม่ใน Blog ที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปคือการ Review หนัง หรือ เพลง แม้กระทั่งหนังสือที่ผ่านตามาและอยากแนะนำให้แฟนๆ ได้อ่าน ครั้งแรกกับการเปิด Content ใหม่ให้ Blog มาว่ากันด้วยหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่อง The Children of Men

children_of_men_ver2

หนังเริ่มต้นเหตุการณ์ในอนาคตปี 2027 เมื่อระบบเศษฐกิจ ระบบการปกครอง ของหลายประเทศมีปัญหา ซ้ำยังมนุษย์ยังมาเจอโรคระบาดประหลาดคือเป็นหมันกันหมด ไม่สามารถมีบุตรได้ มนุษยชาติกำลังจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายลงเมื่อเด็กหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในโลก 18 ปี 4 เดือน ถูกแทงตายโดยคนร้าย ทั้งโลกกำลังตกตลึงเหมือนบุคคลสำคัญของโลกดับสิ้นไป ตัวเอกของเรื่องเป็นชายสิ้นไร้ความรู้สึกในการมีชีวิตอยู่ ได้รับการติดต่อจากภรรยาซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้าย เพื่อต้องการให้เขาพาหญิงสาวชาวแอฟริกันผิวดำเดินทางผ่าน Port ที่ London เพื่อไปรอที่จุดนัดเพื่อการขนย้ายเธอต่อไป/ มันสำคัญอย่างไรเมื่อผู้หญิงแอฟฟริกันคนนั้นกำลังตั้งครรภ์เด็กได้ 8 เดือน และภารกิจของตัวเอกคือการที่จะต้องพาหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักผ่านแดนสงครามเพื่อสืบสายเลือดของมนุษย์ให้สามารถดำรงค์ต่อในโลกที่สิ้นหวังใบนี้ได้

แม้หนังจะดัดแปลงมาจากนิยายวิทยาศาสตร์แต่ทำออกมาได้ไม่ Over เกินความจริง บางฉากท่านต้องดู โดยเฉพาะคนที่ชอบดูหนังสมจริง การลำดับภาพ การเคลื่อนที่ของกล้อง ทำได้เนียนมากๆ ผมชอบตอนที่ฉากของเมียตัวเอกโดนโจรขับมอเตอร์ไซด์ไล่ยิง การลำดับภาพในฉากนั้นผมว่า มหาวิทยาลัยในการสอนทำหนังคงเอาไปยกตัวอย่างใน Class เรียนในหลายแห่ง การ Flow ของภาพคล้ายกับการถ่ายทำเป็น one shot ซึ่งนักแสดงต้องซ้อมจังหวะให้เข้ากันมากๆ ฉากยิงในสงคราม ผู้กำกับทำให้เราเห็นแรงกระแทกของกระสุน ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ว่ายิงแล้วทำให้ก้อนเนื่อกระจาย แต่มันจะฝังเข้าไปจุกในเนื้อก่อนที่เนื้อชิ้นนั้นจะหลุดออกมา หนังแอบกัดความเป็นมนุษย์ได้อย่างแสบสันต์ ทำให้เรามองอนาคตว่าถ้าเรายังทะเลาะกันอยู่ ผลที่จะเกิดมันวุ่นวายแค่ไหน เป็นหนังที่ทำได้ดีมากอีกเรื่อง ถ้าท่านมีโอกาสน่าจะหามาลองรับชมกัน

คราวหน้าผมจะเขียนถึงเพลงของอัสนี-วสันต์ และหนังของ เดวิด พิชเชอร์ ผู้กำกับหนังเรื่อง Seven, Fight Club และกำลังจะเข้าฉาย The Curious Case of Benjamin Button

 

จะสิ้นปีแล้ว มาสรุปกันว่าทำอะไรได้มั่ง

จาก Post เดิม ใน tommasi.blog หัวข้อ เป้าหมายครึ่งปีหลัง

ผลออกมาว่า

ทำงานให้หนักขึ้น = หนักขึ้น มากขึ้น น่าพอใจ
พักผ่อนให้มากขึ้น = ไม่ต่างจากเดิม
ทำเรื่องไร้สาระให้น้อยลง = ดีขึ้น
ทำเรื่องมีสาระให้มากขึ้น = ดีขึ้น
จัดการชีวิตให้เป็นระเบียบมากกว่านี้ = ไม่ดีขึ้น
หางานมาเลี้ยง office = แยกออกมาทำ R&D เต็มที่ ถือว่าสำเร็จ
Update Blog ให้ถี่ขึ้น = ยังไม่สม่ำเสมอ
สนใจคนอื่นมากกว่านี้หน่อย = ไม่ได้แย่กว่าเดิม
ทำ Podcast เลือก Content มาแล้วทำซะ = ไม่ได้ทำเลย
ถ่ายรูปให้มากกว่านี้ = ไม่ได้ถ่ายเลย ไม่นำถ่ายในงานนะ
กลับบ้าน = ???
ซ่อมบ่อปลาหน้าบ้าน = ดูหัวข้อกลับบ้าน
แยก Content ใน Blog ออกมาเป็นในส่วนของ How to หรือ แนะวิธีการใช้งานโปรแกรมที่เกี่ยวเนื่อง = ไม่ได้ทำอีกล่ะ
หางานให้ Hacintosh ทำให้มากขึ้น = เสนอแล้ว รอสนอง
ส่งรายงานให้มากขึ้น ให้รู้ความเคลื่อนไหวให้มากกว่านี้ = พักหลังติดตามใกล้ชิด ไม่ได้จัดทำรายงาน
สนใจ Apple computer ให้น้อยลง = FIFO iPod 1Gen <> iPhone 3G
ไปเยี่ยม พ่อ แม่ กลับไปหาคนแก่บ้าง = งานศพคุณปู่ที่สุโขทัย (เช้าเย็นกลับแฮะๆ)
เขียนโปรแกรมบน X-Code ให้เป็นเรื่องเป็นราว = ยังไม่เคยเลย
เอา iLife เป็นเครื่องมือหลักในการสร้าง บริการใหม่ให้บริษัท = ยังไม่เริ่มเลย

สรุป เป็นที่น่าพอใจบางเรื่องไม่คาดคิดเข้ามาในชวิต ออกนอกลู่ไปบ้างแต่ตอนนี้กลับเข้าสู่วิถี และจะเดินต่อไปเรื่อยๆ จนสุดกำลัง

ขอบคุณแฟน Tommasi Blog ทุกท่านขอให้ปีหน้ามันแย่แต่เศษฐกิจทีเถอะ สุขภาพแข็งแรงทุกท่านนะครับ

The power to be your best.

Tommasi

 

iPhone 3G

แล้วมันก็มา iPhone 3G โดยบังเอิญ จำต้อง ส่งออก iPod Gen 1 ออกไปจากสารระบบเพื่อแทนที่ด้วย iPhone 3G (หลักการ FIFO), พอดีว่ามีพี่ที่ทำงานเสนอขายในราคาเก็บตก ทำให้โทรศัพท์ที่ไม่คิดว่าต้องซื้อกลับได้มาในราคา iPod เออดูเหมือนใจอ่อนทุกครั้งที่เห็นผลิตภัณฑ์ที่มี Apple แหว่ง ทำไมจึงเกิดขึ้นซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า Apple มีอะไรดี เขาเลือกวิธีการจูงใจสาวกอย่างไรให้จงรักภัคดีต่อบริษัท อยู่ตลอด เป็นเพราะแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร ” คอมพิวเตอร์ของพวกเรา ที่เหลืออยู่ ” ถ้าเคยเห็นโฆษณาชุด Lemmings แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงในปี 1985