RSS

Category Archives: หนังที่ชอบ

หนังที่ชอบ : Objectified

หนังออกเชิงสารคดี สื่อถึงความเป็นมาเป็นไปในการออกแบบที่มีผลเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวัน ดูแล้วทำให้เกิดแนวคิดและวิธีการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น แต่ตอนนี้ปัญหาคอขวดคือเรื่องในหัวมันมากจนทำมันให้เป็นรูปร่างไม่ทันซะที “เชื่อเถอะว่าการทำงานพวกนี้ได้ดีปัจจัยพื้นฐานในชีวิตคือต้องไม่ดิ้นรน”

objectified

Advertisements
 

หนังที่ชอบ : Perfume

Perfume : น้ำหอมมนุษย์ ตีแผ่ความดิบใต้จิตใจของมนุษย์ได้อย่างน่าฉงน เมื่ออำนาจอยู่ที่การค้นพบและพรสวรรค์ อันก่อให้เกิดเทพในคราบปีศาจ กับตอนจบที่สุดคาดเดา

packshot_launch

 

หนังที่ชอบ : ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑

“เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ”

15kam1

หรือเพราะพื้นเพเป็นคนขอนแก่น เวลาดูหนังเกี่ยวกับวิถีพื้นบ้านมันรู้สึกอิ่มใจจนน้ำตาจะไหลให้ได้ ไม่ได้เวอร์นะ แต่เพราะเรารู้ว่าที่นั่นคนเขารู้สึกอย่างไร เขาเชื่อแบบนั้นจริงๆ และความเชื่อเมื่อมันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนมันก็สมเหตุสมผลที่เราจะทำตามที่เราเชื่อ ไม่รู้สิ เรื่องนี้ผมอยู่ข้างหลวงพ่อ ผู้ใช้วิธีการนำเสนอเป็นรูปธรรมเพื่อให้ชาวบ้านเห็นปาฏิหาริย์  เห็นในสิ่งที่เขาอยากเห็น หนังทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ ผมไม่รู้ว่าคนท้องถิ่นภาคอื่นจะเข้าใจมากแค่ไหน แต่นั่นคือวิถีของชุมชน ของคนบ้านผมดูอีกครั้งก็ยังรู้สึกได้ถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ผมจากมา และรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับไป 

ปล. ยังมีอีกเรื่องที่อยากดูอีกครั้ง กาเหวาที่บางเพลง

 

หนังที่ชอบ : Good will Hunting

good_will_hunting

Matt Damon ร่วมกับ Ben Affleck ร่วมกันเขียนบทและแสดงในหนังที่ทำให้คนธรรมดาอยากมีพรสวรรค์พิเศษและกร้าวร้าวอย่าง อัฉริยะ ในจินตนาการของเขาทั้งสอง เด็กหนุ่มที่ครอบครัวมีปัญหา ใช้ชีวิตเสเพ กับกลุ่มเพื่อน ชอบเบสบอล ต่อยตี มีอาชีพเป็นพาลโรง แต่เขาเลือกที่จะเป็นพาลโรงในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่าง MIT แล้วแอบไปแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ ตอนดึกเพราะนึกว่ามันเป็นเรื่องท้าทาย

001

Damon ทำได้ดีในหนังเรื่องแรกๆ แสดงถึงความมีพลัง ทำให้เห็นว่าตัวละครมีความฉลาดจริงๆ เลือกตัวแสดง (ก็คือตัวเอง) ได้เหมาะ Ben เป็นเพื่อนพระเอกได้ดี บรรยากาศใน MIT ดูว่าพวกที่ชอบเรียนเขาใช้ชีวิตอย่างไร

0022

บรรยากาศของหนังออกมาในแนวแสงแดดอุ่นๆ ทำให้เรานึกถึงวันดีๆกับหนังสือซักเล่ม Good Will Hunting เป็นหนังที่ดีเหมาะแก่การดูเพื่อเพิ่มพลังในการอยู่ ในการเรียนรู้ เพื่อทำตัวเองให้มีค่า มีราคา มากกว่าเป็นหนึ่งในฝุ่นผง ของจักรวาล

 

หนังที่ชอบ : Pirates of Silicon Valley (1999)

Pirates of Silicon Valley (1999)

movieposterposv

ถ้าคุณเป็นสาวก Apple computer หรือ Switch user ที่กำลังเอนมาทาง Macintosh หนังเรื่องนี้จะบอกเรื่องราวของ Apple computer ว่าทำไมถึงพลาดการเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการอันดับหนึ่งของโลก Silicon (Computer ใช้ระบบประมวณผลที่เราเรียกว่า Chip ; CPU จาก Silicon) ทำไม Microsoft จึงก้าวขึ้นนั่งแท่นบริษัทที่ทำเงินได้มากมายจากการขาย Operating Systems ;

img_0001-6

Pirate of Silicon Valley เป็นเรื่องราวของการแข่งขันการทำธุรกิจคอมพิวเตอร์เชิงพานิชย์ในยุคเริ่มต้นระหว่าง ยักษ์ใหญ่ IBM กับสองบริษัทใหม่ Apple กับ Microsoft อันที่จริงต้องนับรวม Xerox อีกเจ้าที่เป็นจุดเริ่ม โดยหนังทำออกมาในเชิงกึ่งเล่าเรื่องโดย ตัวเล่าเรื่องคือ Steve Woz หนึ่งใน 2 ผู้ก่อตั้ง Apple computer โดยเด็กหนุ่ม 2 คนหลงไหลใน Electronics เหมือนกัน และมีแนวคิดในการประดิษฐ์ Personal Computer สำหรับ User ที่ใช้งานในบ้าน เมื่อยุค 1974-84 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นเรื่องไกลความเป็นจริงมาก เมื่อก่อนส่วนงานที่จะมี Computer ใช้งานต้องเป็นบริษัทขยาดใหญ่ โดยต้องทำการติดตั้งระบบ Main fram สำหรับเป็นส่วนประมวลผลกลางสำเรับเครื่องลูกข่าย โดยแน่นอนบริษัทที่ครองตลาดอยู่อย่างเหนียวแน่นคือ Big Blue หรือที่เราคุ้นในชื่อ IBM นั่นเอง,

img_0003-2

จากความชอบส่วนตัวของเด็กหนุ่มกลายมาเป็นชุดคิทสำหรับ ชมรมผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ และแน่นอน Steve Jobs ซึ่งมองเห็นช่องทางทำเงินและการได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า Perfect machine สำหรับการใช้งาน (Steve Jobs มีแนวคิดที่ค่อนข้างล้ำยุค เขามีความเป็นตัวของตัวเองสูง เชื่อในลัทธิฮินดู เป็นมังสวิรัติ ไม่ชอบอาบน้ำ ไม่ใส่สูธ ไม่มีฟอร์ม และปากร้ายอย่างหาตัวเปรียบยาก) เมื่อบริษัทขยายตัวจนมาถึงจุดที่เรียกว่าเริ่มมีคู่แข่งอย่าง Microsoft ที่ตอนนี้นพยายามทำตัวเป็นนกสองหัวคบทั้ง Apple และ IBM เพื่อขาย OS ที่ชื่อ Dos สำหรับ Run บนเครื่อง IBM ซึ่งมีมากที่สุดนะตอนนั้น

img_0004-2

แต่ Apple ต่างออกไป Apple ทำ Hard ware ของตัวเอง ตั้งแต่ Apple I จนมาถึง Lisa และ Macintosh ที่จับเอา Contro Unit กับ Display unit มารวมกัน เรียกว่าเป็น All in one PC (Concept นี้ยังคงใช้มาเรื่อยจนถึง iMac ตัวปัจจุบัน) เนื่องจากความเป็นบริษัทที่ยึดแนวความคิดของตนเองเป็นหลักใหญ่และคิดว่าตลาดมันน่าจะเติบโตอย่างที่มันควจจะเป็น จึงพัฒนาเครื่อง Macintosh โดยยึดหลักการออกแบบและ Simple & Perfect เป็นหลักใหญ่ ทำให้การตกลงซื้อขาย DOS ระหว่าง IBM กับ Microsoft สำเร็จลงได้ จึงเป็นผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน แม่ตั้งแต่ปี 2000 ที่ Mac OS X ออกวางจำหน่ายจะทำยอดของเครื่อง Mac ในตลาด Pc ขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังน้อยกว่า 2 % ของยอดจำหน่าย PC หนังเล่าของที่มาที่ไปในการกำเนิด Operating Systems ที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ เครื่อง Vaio ที่ผมใช้ Vista เขียน Blog นี้ขึ้นมา มันเริ่มจากตรงไหนและมาเปลี่ยนจาก IBM Compatible มาเป็น Windows compatible ได้อย่างไร แล้ว Xerox ที่เป็นผู้คิด UI ที่ควบคุมโดย Mouse ทำไมไม่ประสบความสำเร็จ จริงหรือที่ Apple ลอก Xerox และ Microsoft ลอง Apple

img_0008-2

มีคำเปรียบเปรยว่า คอมพวเตอร์ของ IBM ถูกสร้างขึ้นโดยเด็กหนุ่มขึ้เมา (พนักงาน IBM ใส่สูท, ชอบวิสกี้) ส่วนเครื่อง Macintosh สร้างมาจากเด็กหนุ่มขี้ยา ; Apple computer คอมพิวเตอร์สำหรับพวกเราที่เหลือ

img_0009-2

Ps ; ผม Rip ไฟล์ DVD เป็น Mpeg ไว้เผื่อใครอยากดูติดต่อมาหลังไมค์ได้นะครับ

 

หนังที่ชอบ : David Fincher Collection

มีผู้กำกับสักกี่คนที่ทำหนังออกมาแล้วคนติดตาม อย่างต่อเนื่อง David Fincher เป็นอีกคนที่ทำหนังแนว “แหวก” ออกมาได้ดีเยี่ยม, หลายเรื่องที่อยู่ในชั้นวาง ล้วนมาจากผู้กำกับคนนี้ ผมชอบแนวทางการนำเสนอ มุมมองการเคลื่อนที่กล้องแบบแปลกๆ มุมมองใหม่ผ่าน CG ที่เนียนสวย ไม่หวือหว่าแต่ทำออกมาแล้วพอดีกับอารมณ์ที่เสพ นี่เป็นรายชื่อหนังที่เขากำกับ

Alien 3

poster-alien32


Se7en

seven_movie_poster1


The Game

200px-thegame_poster323


Fight Club

fight-club-poster-c11791278


Panic Room

500602panic-room-posters


Zodiac

Zodiac Onesheet.qxd


The Curious Case of Benjamin Button

benjamin-button-booknew

แนวหนังของ David คืออึมครึม แต่ไม่มืดเหมือน Tim burton ไม่หดหู่เท่า บางครั้งทำให้เราเกิดความหวังด้วยซ้ำ เขามักจะใส่ความสดของหนัง การผลักอารมณ์ของคนดูแรงๆ และแนวเรื่องที่น่าประหลาดใจ เมื่อเรื่องคลี่คลาย ท้องฟ้าเปิด แดดออก เสนอแนวคิด และบทสรุปที่ลงตัว ถ้ามีเวลาว่าง จะหาหนังดีๆสักเรื่องไว้ดู ชื่อ David Fincher เป็นอีกชื่อที่น่าสนใจ

 

ดูหนัง : The Childen of Men

มีภาระกิจใหม่ใน Blog ที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปคือการ Review หนัง หรือ เพลง แม้กระทั่งหนังสือที่ผ่านตามาและอยากแนะนำให้แฟนๆ ได้อ่าน ครั้งแรกกับการเปิด Content ใหม่ให้ Blog มาว่ากันด้วยหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่อง The Children of Men

children_of_men_ver2

หนังเริ่มต้นเหตุการณ์ในอนาคตปี 2027 เมื่อระบบเศษฐกิจ ระบบการปกครอง ของหลายประเทศมีปัญหา ซ้ำยังมนุษย์ยังมาเจอโรคระบาดประหลาดคือเป็นหมันกันหมด ไม่สามารถมีบุตรได้ มนุษยชาติกำลังจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายลงเมื่อเด็กหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในโลก 18 ปี 4 เดือน ถูกแทงตายโดยคนร้าย ทั้งโลกกำลังตกตลึงเหมือนบุคคลสำคัญของโลกดับสิ้นไป ตัวเอกของเรื่องเป็นชายสิ้นไร้ความรู้สึกในการมีชีวิตอยู่ ได้รับการติดต่อจากภรรยาซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้าย เพื่อต้องการให้เขาพาหญิงสาวชาวแอฟริกันผิวดำเดินทางผ่าน Port ที่ London เพื่อไปรอที่จุดนัดเพื่อการขนย้ายเธอต่อไป/ มันสำคัญอย่างไรเมื่อผู้หญิงแอฟฟริกันคนนั้นกำลังตั้งครรภ์เด็กได้ 8 เดือน และภารกิจของตัวเอกคือการที่จะต้องพาหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักผ่านแดนสงครามเพื่อสืบสายเลือดของมนุษย์ให้สามารถดำรงค์ต่อในโลกที่สิ้นหวังใบนี้ได้

แม้หนังจะดัดแปลงมาจากนิยายวิทยาศาสตร์แต่ทำออกมาได้ไม่ Over เกินความจริง บางฉากท่านต้องดู โดยเฉพาะคนที่ชอบดูหนังสมจริง การลำดับภาพ การเคลื่อนที่ของกล้อง ทำได้เนียนมากๆ ผมชอบตอนที่ฉากของเมียตัวเอกโดนโจรขับมอเตอร์ไซด์ไล่ยิง การลำดับภาพในฉากนั้นผมว่า มหาวิทยาลัยในการสอนทำหนังคงเอาไปยกตัวอย่างใน Class เรียนในหลายแห่ง การ Flow ของภาพคล้ายกับการถ่ายทำเป็น one shot ซึ่งนักแสดงต้องซ้อมจังหวะให้เข้ากันมากๆ ฉากยิงในสงคราม ผู้กำกับทำให้เราเห็นแรงกระแทกของกระสุน ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ว่ายิงแล้วทำให้ก้อนเนื่อกระจาย แต่มันจะฝังเข้าไปจุกในเนื้อก่อนที่เนื้อชิ้นนั้นจะหลุดออกมา หนังแอบกัดความเป็นมนุษย์ได้อย่างแสบสันต์ ทำให้เรามองอนาคตว่าถ้าเรายังทะเลาะกันอยู่ ผลที่จะเกิดมันวุ่นวายแค่ไหน เป็นหนังที่ทำได้ดีมากอีกเรื่อง ถ้าท่านมีโอกาสน่าจะหามาลองรับชมกัน

คราวหน้าผมจะเขียนถึงเพลงของอัสนี-วสันต์ และหนังของ เดวิด พิชเชอร์ ผู้กำกับหนังเรื่อง Seven, Fight Club และกำลังจะเข้าฉาย The Curious Case of Benjamin Button